ไหว้พระทำบุญที่...
"วัดแสงแก้วโพธิญาณ"
บนดอย"ม่อนแสงแก้ว"
บ้านป่าตัง ต.เจดีย์หลวง
อ.แม่สรวย จ.เชียงราย
ม่วนอก ม่วนใจ๋....อิ่มอก อิ่มใจ๋....
สบายใจ๋ เจ้า....
ขอแนะนำที่ "วัดแสงแก้วโพธิญาณ"
ตั้งอยู่บนดอย "ม่อนแสงแก้ว" เลขที่ 191 หมู่ 11 บ้านป่าตึง ต.เจดีย์หลวง อ.แม่สรวย จ.เชียงราย
วัดแสงแก้วโพธิญาณ สถานที่สร้างบุญกุศล และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามในอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย
เมื่อก่อน “วัด” เป็นสถานที่สร้างบุญกุศลและยึดเหนี่ยวจิตใจ แต่ในปัจจุบัน “วัด” ไม่ใช่สถานที่สร้างบุญกุศลเพียงอย่างเดียวแล้ว แต่ได้กลายมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยว และจุดเช็คอินไปแล้ว เพราะ “วัด” ในปัจจุบันได้สร้างสรรค์งานศิลปะ และสถาปัตยกรรมที่สวบงามจนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่รักท่องเที่ยวนิยมไปกันจำนวนมาก เรียกได้ว่าได้ทั้งการทำบุญและได้เที่ยวไปด้วย โดยเฉพาะจังหวัดเชียงราย มี “วัด” ที่ได้กลายมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวหลายวัด ได้แก่ วัดร่องขุ่น ที่ อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ จิตรกรเอกได้บรรจงสร้างสรรค์ขึ้น วัดห้วยปลาก้ง ที่พระอาจารย์พบโชค ติสสะวังโส ได้บูรณะและก่อสร้างถาวรวัตถุขึ้นจำนวนมากจนกลายเป็นศูนย์รวมจิตใจ วัดร่องเสือเต้น ที่นายพุทธา กาบแก้ว หรือ สล่านก ศิลปินท้องถิ่นชาวเชียงราย รังสรรค์ความงดงามให้เกิดขึ้นแก่วัดแห่งนี้ รวมทั้งวัดแสงแก้วโพธิญาณ วัดแสงแก้วโพธิญาณ เป็นวัดมีชื่อเสียงและมีเอกลักษณ์โดดเด่น ทั้งในเรื่องสถาปัตยกรรม ความคิดสร้างสรรค์ จนเป็นที่กล่าวขานถึงความสวยงามจนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว โดย พระภาวนารัตนญาณ (ครูบาอริยะชาติ อริยจิตฺโต ในขณะนั้น) ได้เริ่มก่อสร้างวัดแสงแก้วโพธิญาณแห่งนี้บนเนินเขา ตำบลเจดีย์หลวง อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2549 ซึ่งตรงกับวันวิสาขบูชา จนปัจจุบันนี้มีสิ่งก่อสร้างที่เป็นสถาปัตยกรรมที่วิจิตรสวยงาม รวมทั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ บนเนื้อที่กว่า 80 ไร่ โดยเริ่มตั้งแต่ประตูทางเข้าวัดเราจะเห็นพระอุปคุตหรือพระบัวเข็ม พระมหากัจจายนะเถระหรือพระสังกัจจายน์ และสิงห์คู่ตัวใหญ่นั่งเด่นเป็นสง่าหน้าบันไดทางขึ้นเหมือนวัดในพม่า พอผ่านพ้นซุ้มประตูวัดจะเห็นเทวดา 2 องค์ กับยักษ์ 2 ตนแบกระฆัง บริเวณโดยรอบมีท้าวจตุโลกบาลประจำอยู่ทางทิศต่างๆ ได้แก่ ทิศเหนือ-ท้าวเวสสุวรรณ (ท้าวกุเวร) ผู้เป็นจอมยักษ์ ทิศใต้-ท้าววิรุฬหก ผู้เป็นจอมเทวดาและกุมภัณฑ์ ทิศตะวันตก-ท้าววิรูปักษ์ ผู้เป็นจอมนาค และทิศตะวันออก-ท้าวธตรัฐ ผู้เป็นจอมภูติหรือจอมคนธรรพ์ ทางขึ้นพระวิหารหลวงลายคำหรือสัมพุทธวิหารจะเป็นนกหัสดีลิงค์ ซึงภายในวิหารประดิษฐานพระแสงแก้วโพธิญาณ พระพุทธรูปสำคัญศิลปะเชียงแสนทรงเครื่องล้านนา หล่อด้วยโลหะทองสัมฤทธิ์ ปิดทองคำทั้งองค์ หน้าตักกว้าง 108 นิ้ว และพระพุทธรูปอีก 4 องค์ คือ พระดับภัย พระดับทุกข์ พระชัยชนะมาร และพระบันดาลทรัพย์ ทางด้านขวาของหอหลวงลายคำก็เป็นพระอุโบสถ สถาปัตยกรรมศิลปะล้านนาโบราณของช่างทางเหนือเรียกว่าพระอุโบสถลายคำ ภายในประดิษฐานสมเด็จองค์ปฐมพระประธาน ทรงเครื่องจักรพรรดิ รายล้อมด้วยพระพุทธรูปศิลปะล้านนา เป็นพระยืนปางต่างๆ ได้แก่ ปางเปิดโลก ปางห้ามสมุทร และปางประทานพร ด้านซ้ายจะเป็นหอไตร อาคาร 2 ชั้น ชั้นบนจะเป็นที่เก็บคัมภีร์ เก็บพระไตรปิฎก และประดิษฐานรูปเหมือนพุทธเจ้า 28 พระองค์ รวมทั้งสมเด็จองค์ปฐมพระประธาน นอกจาก
นี้ยังเป็นที่ประดิษฐานพระมหาสำเร็จศักดิ์สิทธิ์
ด้านเนินบนหลังพระวิหารหลวงลายคำ เป็นลานกว้างจัดภูมิทัศน์ได้อย่างสวยงาม มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้นักท่องเที่ยวได้สักการะมากมาย ทั้งพระธาตุประจำปีเกิดจำลอง พระพิฆเนศปางวีรคณปติหรือปางนักรบ มี 16 กร ท่านท้าวเทพทันใจ และเทพกระซิบ ซึ่งเทพทั้งสององค์นี้ ครูบาอริยชาติได้จำลองและอธิษฐานจิตอัญเชิญบารมีมาจาก “นัตโบโบจี” ของวัดโบตะทาวน์ ประเทศพม่า แม่นางกวักตุ้ยนุ้ย เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์และได้รับความนิยมมากที่สุดของวัดแสงแก้วโพธิญาณ พระอุปคุต พระศรีอริยเมตไตรย เทพนพเคราะห์ทั้ง 9 ได้แก่ พระอาทิตย์ พระจันทร์ พระอังคารพระพุธ พระพฤหัสบดี พระศุกร์ พระเสาร์ พระราหู และพระเกตุ สูงขึ้นไปอีกนิดจะเป็นทางเข้าสู่เขาพระสุเมรุ เขาพระสุเมรุเป็นศิลปะปูนปั้นที่สวยงามมีความสูง 16 เมตร จำลองสัญลักษณ์ของเขาพรสุเมรุซึ่งมีลักษณะคล้ายเกาะกลางน้ำ ประกอบขึ้นเป็นภูเขามีรูปปั้นของเหล่าฤาษี คนธรรพ์ กินนร กินรี ยักษา ยักษี ตลอดจนบรรดาสัตว์ในป่าหิมพานต์ เช่น สิงห์ ครุฑ นาค ฯลฯ เรียงรายซ้อนเกี่ยวกันเป็นเชิงชั้นอย่างวิจิตรงดงามมาก ชั้นบนของเขาพระสุเมธเป็นชั้นของเทพเทวดาประจำทิศ ท้าวจตุโลกบาลทั้งสี่ ตลอดจนทิพยาธร (วิทยาธร) สูงจากชั้นเทพก็เป็นชั้นมหาเทพทั้ง 3 ได้แก่ พระอินทร์ พระพรหม และพระนารายณ์ ส่วนชั้นสูงสุดของเขาพระสุเมรุคือพระโพธิสัตว์ ซึ่งก็คือพระศรีอริยเมตไตรย ซึงบริเวณโดยรอบยังเป็นที่ประดิษฐาน พระพรหม พระพิฆเนศ พระสิวลี และพระโพธิสัตว์กวนอิมองค์ใหญ่อีกด้วย ถัดไปเป็นทางขึ้นเนินบนสุด บริเวณปันไดทางขึ้นจะเป็นพระยาธรรมิกราช ด้านบนประดิษฐานรูปหล่อครูบาที่ใหญ่ 3 องค์ คือ ครูบาศรีวิชัย องค์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก หน้าตักกว้าง 9 เมตร สูง 12 เมตร ครูบาอภิชัยขาวปี และครูบาชัยยะวงศา ด้านขวาของครูบาเป็นศาลาบูรพาจารย์ เป็นที่ประดิษฐานรูปเหมือนคณาบูรพาจารย์ทั้งทางล้านนาและภาคต่างๆ บางส่วน ส่วนด้านซ้ายจะเป็นศาลาบูรพมหากษัตริย์และบรรพชนไทย ประดิษฐานรูปเหมือนของพระมหากษัตริย์ไทย ตลอดจนวีรบุรุษ วีรสตรี บุคคลสำคัญที่มีพระคุณต่อชาติบ้านเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการปกป้องรักษาเอกราชของประเทศ
นักท่องเที่ยวหรือผู้มีจิตศรัทธาที่มีโอกาสไปเที่ยวเชียงราย ต้องไม่พลาดไปทำบุญ พร้อมสัมผัสและพิสูจน์ความวิจิตรงดงามของสถาปัตยกรรมที่สวยงามด้วยตาตัวเอง
วัดแสงแก้วโพธิญาณ
โทร.085-614-3764, 053-602-667 อีเมล์ watsangkaew@hotmail.com และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงราย
โทร. 053-717-433, 053-700-051-2


.jpg)











































ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น