พุทธศาสนิกชนจำนวนมากร่วมถวายผ้าอาบน้ำฝน ที่วัดชิโนรสารามวรวิหาร
วันพุธที่ 17 กรกฏาคม 62 เวลา 13.00 น.
ณ วัดชิโนรสสารามวรวิหาร
พระราชปัญญารังษี เจ้าอาวาสวัดชิโนรส
ได้มีพิธีถวายผ้าอาบน้ำฝน โดยมี
นาวาโท วรนันท์ สุริยกุล
เป็นประธานจุดเทียน
ประเพณีสำคัญในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา อีกประการหนึ่ง คือ การถวายผ้าอาบน้ำฝน
ผ้าอาบน้ำฝน หรือที่นิยมเรียกสั้นๆ ว่า ผ้าอาบ (ผ้าวัสสิกสาฎก) คือ ผ้าสำหรับใช้นุ่งในเวลาอาบน้ำฝนหรืออาบน้ำทั่วไป
การทำผ้าอาบน้ำฝน ต้องทำให้ถูกต้อง ตามพระวินัยบัญญัติ โดยประมาณที่พระพุทธองค์ทรงอนุญาตไว้ คือ เป็นผ้าผืนยาว 6 คืบ พระสุคตกว้าง 2 คืบครึ่ง คิดโดยประมาณของช่างไม้ปัจจุบันยาวรวม 4 ศอก กับ 3 กระ เบียด กว้างราว 1 ศอก 1 คืบกับ 4 นิ้ว 1 กระเบียดเศษ ถ้าทำให้ยาวหรือกว้างเกินประมาณนี้ไป พระภิกษุใช้สอยต้องอาบัติ ต้องตัดส่วนที่กว้างหรือยาวเกินประมาณนั้นออกเสีย จึงแสดงอาบัติได้
อีกประการหนึ่งทรงบัญญัติเขตกาลที่จะแสวงหา เขตกาลที่จะทำ เขตกาลที่จะนุ่งห่ม และเขตกาลอธิษฐานใช้ สอยไว้ว่า
ก.ตั้งแต่แรม 1 ค่ำ เดือน 7 ถึงวันเพ็ญเดือน 8 รวมเวลา 2 ปักษ์ เป็นเวลา 1 เดือน ในปลายฤดูร้อน นี้เป็นเขตกาลแสวงหา
ข.ตั้งแต่ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 8 ถึงวันเพ็ญ เป็นเวลากึ่งเดือน ท้ายฤดูร้อน นี้เป็นเขตกาลทำนุ่งห่ม
ค.ตั้งแต่แรม 1 ค่ำ เดือน 8 ไปจนสิ้นฤดูฝน คือ เพ็ญเดือน 12 รวมเวลา 4 เดือน นี้เป็นเขตกาลอธิษฐานใช้สอย
ถ้ายังไม่ถึงเขตกาลที่ทรงอนุญาตไว้นี้ พระภิกษุแสวงหา ได้มาหรือทำนุ่งห่ม หรืออธิษฐานใช้สอยท่านปรับอาบัติ
โดยความมุ่งหมายและเหตุผลดังกล่าวนี้ เมื่อถึงกาลที่พระภิกษุจะต้องแสวงหาผ้าอาบน้ำฝน คือ ตั้งแต่แรม 1 ค่ำ เดือน 7 เป็นต้นไป จนถึงวันเพ็ญเดือน 8 ทายกจึงมักถือโอกาสบำเพ็ญกุศลโดยจัดหาผ้าอาบน้ำฝนจนครบจำนวนพระ ภิกษุสามเณรในวัดนั้นๆ แล้วนำไปถวายในที่ประชุมสงฆ์
กำหนดถวายระหว่างข้างขึ้นเดือน 8 ตั้งแต่วันขึ้น 1 ค่ำไป แต่ในปัจจุบันโดยมากกำหนดวันถวายเป็นหมู่ ณ วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 คือ ก่อนวันเข้าพรรษา 1 วัน
เมื่อพระสงฆ์รับแล้วใช้ได้ทันทีไม่ต้องรอ เพราะอยู่ในเขต กาลทำและใช้ จะกำหนดวันใดแล้วแต่ฝ่ายทายกนัดหมายและตกลงกับทางวัด ในการถวายมีระเบียบปฏิบัติ ดังนี้
1.อุบาสก อุบาสิกา ประชุมพร้อมกันในโรงอุโบสถหรือในศาลาการเปรียญแห่งใดแห่งหนึ่งแล้วแต่เหมาะสม
2.นำผ้าอาบน้ำฝน ตั้งไว้ ณ เบื้องหน้าต่อหน้าพระสงฆ์ ทายกนำกราบพระและว่านะโมพร้อมกัน 3 จบ
3.ในระหว่างทายกกล่าวคำถวาย พระสงฆ์ทั้งหมดประนมมือ พอจบคำถวายแล้วพระสงฆ์รับ "สาธุ" พร้อมกัน
4.ประเคนเสร็จแล้ว พระสงฆ์รับอนุโมทนา
5.ระหว่างพระว่า "ยถา..." ทายกทั้งหมดพึงกรวดน้ำแล้วพนมมือรับพรไปจนจบ
ความหมายของผ้าอาบน้ำฝน
ผ้าอาบน้ำฝน คือ ผ้าที่พระสงฆ์ใช้ผลัดเปลี่ยนเวลาสรงน้ำ มีคติเหมือนผ้าขาวม้า เรียกตามคำวัดว่า ผ้าวัสสิกสาฎก
ผ้าอาบน้ำฝน เป็นผ้าที่พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตให้พระสงฆ์ใช้ได้เป็นผืนที่ 4
นอกเหนือจากผ้าไตรจีวร และทรงอนุญาตให้พระสงฆ์รับถวายได้ก่อนเข้าพรรษา 1 เดือน ที่เรียกว่าผ้าอาบน้ำฝน เพราะเป็นผ้าที่ถวายกันในต้นฤดูฝน และนางวิสาขาเป็นคนแรกที่ได้ถวายผ้าอาบน้ำฝนแด่ พระสงฆ์ จนกลายเป็นธรรมเนียมถึงปัจจุบัน
ผ้าอาบน้ำฝน มักเรียกเพี้ยนไปว่า ผ้าจำนำพรรษา คงเพราะเข้าใจผิดคิดว่าเป็นผ้าแบบเดียวกัน หรือเพราะมีการถวายก่อนเข้าพรรษาเพียงวันสองวัน จึงเรียกว่าผ้าจำนำพรรษา ทั้งที่เป็นผ้าต่างชนิดกัน (ที่มา : จากหนังสือคำวัด หน้าที่ 615)
ความเป็นมาของการถวายผ้าอาบน้ำฝน
โดยปกตินางวิสาขา จะกราบทูลอาราธนาพระพุทธองค์พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์มาเสวยและฉันภัตตาหารที่บ้านของนางเป็นประจำ เมื่อการจัดเตรียมภัตตาหารเสร็จเรียบร้อยพร้อมแล้ว ก็จะให้สาวใช้ไปกราบทูลอาราธนาพระผู้มีพระภาคและภิกษุสงฆ์ให้เสด็จไปยังบ้านของนาง
วันหนึ่ง สาวใช้ได้มาตามปกติเหมือนทุกวัน แต่วันนั้นมีฝนตกลงมาพระสงฆ์ทั้งหลาย จึงพากันเปลือยกายอาบน้ำฝน เมื่อสาวใช้มาเห็นเข้าก็ตกใจเพราะความที่ตนมีปัญญาน้อยคิดว่าเป็น นักบวชชีเปลือย จึงรีบกลับไปแจ้งแก่นางวิสาขาว่า"ข้าแต่แม่เจ้า วันนี้ที่วัดไม่มีพระอยู่เลย เห็นมีแต่ชีเปลือยแก้ผ้าอาบน้ำ กันอยู่"
นางวิสาขาได้ฟังคำบอกเล่าของสาวใช้แล้ว ด้วยความที่นางเป็นพระอริยบุคคลชั้นโสดาบัน เป็นมหาอุบาสิกา เป็นผู้มีปัญญาศรัทธาเลื่อมใส มีความใกล้ชิดกับพระภิกษุสงฆ์ จึงทราบเหตุการณ์โดยตลอดว่า พระบรมศาสดาทรงอนุญาตให้พระภิกษุมีผ้าสำหรับใช้สอยเพียง 3 ผืน คือ ผ้าจีวรสำหรับห่ม ผ้าสังฆาฎิสำหรับห่มซ้อน และผ้าสบงสำหรับนุ่ง ดังนั้น เมื่อเวลาพระภิกษุจะอาบน้ำจึงไม่มีผ้าสำหรับผลัดอาบน้ำ ก็จำเป็นต้องเปลือยกายอาบน้ำ
นางวิสาขา จึงอาศัยเหตุนี้ เมื่อพระบรมศาสดาเสด็จมาประทับที่บ้าน และเสร็จภัตกิจแล้ว นางวิสาขาจึงได้เข้าไปกราบทูลขอพร เพื่อถวายผ้าอาบน้ำฝนแก่พระภิกษุสงฆ์ พระพุทธองค์ประทานอนุญาต ตามที่ขอนั้น และนางวิสาขาก็เป็นบุคคลแรกที่ได้ถวายผ้าอาบน้ำฝนแก่พระภิกษุสงฆ์
ประเพณีถวายผ้าอาบน้ำฝนเป็นประเพณีที่มีมาตั้งแต่สมัยอดีตกาล ในครั้งสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
พระองค์ได้ตรัสให้พระภิกษุสงฆ์ทั้งหลายแสวงหาผ้าอาบน้ำฝน ตั้งแต่แรม 1 ค่ำ เดือน 7 ไปจนถึงเดือน 8 ขึ้น 15 ค่ำ และทรงอนุญาตนุ่งหุ่มได้ตั้งแต่ แรม 1 ค่ำเดือน 8 ไป และห้ามมิให้พระภิกษุสงฆ์แสวงหาผ้านุ่งห่มเลยไปจากทรงอนุญาตไว้
เมื่อทรงกำหนดไว้ดังนี้แล้วครั้งถึงเวลาบรรดาพุทธศาสนิกชน จึงชวนกันบริจาคทรัพย์ของตน และจัดหาผ้าอาบน้ำฝนนำไปถวายพระภิกษุสงฆ์ที่วัด ทั้งนี้เพื่อมิให้พระภิกษุสงฆ์ต้องกังวลในเรื่องการแสวงหา จะได้ตั้งหน้าประพฤติสมณธรรมโดย มิต้องกังวลจึงเป็นอานิสงส์อย่างหนึ่งที่ควรจะประกอบ เพื่อจรรโลงศาสนาให้รุ่งเรืองถาวรสืบไป
อานิสงส์
ถวายผ้าอาบน้ำฝน
ไม่ยากจน ไม่ไร้ทรัพย์ สาธุ... สาธุ...
วันพุธที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2562
พุทธศาสนิกชนจำนวนมากร่วมถวายผ้าอาบน้ำฝน ที่วัดชิโนรสารามวรวิหาร
Tags
# ข่าวเด่น
# ศาสนา
Share This
About Mag [Maggazine]
ศาสนา
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
Author Details
More than you can say


.jpg)
































ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น